การอ่านแนวโน้มกราฟเป็นทักษะที่สำคัญมากที่สุดในการ Trade และการเลือกซื้อจุดต่ำสุดเพื่อขายที่จุดสูงสุดเรียกได้ว่าเป็นความต้องการสูงสุดของ Trader ทุกคนเลย แต่นั่นเป็นได้เพียงทฤษฎี Trader ย่อมรู้ดีกว่า จุดที่ดีที่สุดคือ ซื้อและขายในจุดที่ได้กำไรที่เราพอใจ เ
หมาะสมที่สุด บางคนที่ 10% ,20%,50% บางคนก็ต้อง 100% ขึ้นไป โปรแกรม etoro ส่วนของ
expert mode จะช่วยในการเลือกจุดที่เราพอใจที่สุดได้
กราฟแท่งเทียนแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ละแท่งเท่ากับ 24hr เราสามารถเลือกดูได้ว่าต้องการแนวโน้มที่ 1 hr,24hr,7 day หรือ 1 เดือน สีเขียวหมายถึงจุดที่ซื้อต่ำกว่าจุดที่ขาย ส่วนสีแดงหมายถึงจุดที่ขายต่ำกว่าจุดที่ซื้อ (งงไหมครับ เดี่ยวจะอธิบายละเอียดใน part ต่อไปนะครับ) ถ้ามีสีเขียวเยอะ ๆ ให้เลือกซื้อดีกว่านะครับ
กราฟแท่งเทียนแนวโน้มลดลง จะเห็นว่าเป็นแท่งสีแดงมากกว่าแท่งสีเขียว หมายความว่าราคาเปิดไว้สูงกว่าจุดที่เวลาปิด หรือ ราคาขายต่ำกว่าราคาซื้อ
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกราฟแท่งเทียนก่อน
กราฟแท่งเทียนมีลักษณะคล้ายกับแท่งเทียนมี 2 สีคือสีเขียวกับสีแดง (ซึ่งเป็นสีที่นิยมใช้) สีเขียวแทนแรงบวก สีแดงแทนแรงลบ เปรียบเทียบเหมือนแรงหมี ตะปบลง (สีแดง) แรงกระทิงขวิดขึ้น (สีเขียว) ส่วนของกราฟมีส่วนที่เป็นตัวเทียน กับไส้เทียน (ดูรูปประกอบ)
H - หมายถึงราคาสูงสุดที่มีการซื้อขาย
C - หมายถึงราคาปิดการซื้อขาย
O - หมายถึงราคาเปิดการซื้อขาย
L - หมายถึงราคาต่ำสุดที่มีการซื้อขาย
ถ้าเป็นแท่งสีเขียว ที่มีแรงกระทิงขวิดขึ้นนั้น ราคาเปิิดการซื้อขายจะอยู่ด้านล่างของแท่งเทียน และ มีการตั้งราคาซื้อไว้สูงสุดที่ H สมมุติว่าเราดูกราฟแท่งเทียนที่ 1H หรื
อ 1 ชั่วโมง อธิบายได้ว่าภายใน 1 ชั่วโมงที่ผ่านมามีการเปิดราคาซื้อที่ O และปิดการซื้อขายที C มีการซื้อสูงสุด ณ ช่วงเวลา 1 ชั่วโมงนี้ ที่ H ซื้อขายในราคาต่ำสุดที L . ส่วนในแท่งสีแดง หรือ หมีตะปบลงก็ใช้สัญลักษณ์คล้ายกัน แต่แนวโน้มจะลดลง
การวิเคราะห์กราฟ
วยวิเคราะห์กราฟให้เราทราบว่าตอนไหนควรที่จะซื้อ ตอนไหนควรขาย เพื่อให้เราเข้าใจธรรมชาติของกราฟมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าเพียงดูเองโดยไม่ใช้เครื่องมือวัดอาจทำได้แต่จะลำบากหน่อยในการจดบันทึก แต่โปรแกรมนี้จะช่วยให้ง่ายขึ้น (ถ้าเข้าใจการใช้งาน)
วิธีการใช้งานโปรแกรม
หน้าที่ของโปรแกรมคือวิเคราะห์กราฟ ดังนั้นวิธีการใช้งานคือ รู้จักและเข้าใจเครื่องมือใน MT4 ซึ่งได้แก่ การเลือกใช้ Indicator ต่าง ๆ เพราะใน MT4 นี้จะละเอียดกว่าการวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมของ eToro
- เลือกคู่เงินที่ต้องการวิเคราะห์จากปุ่ม New chart (เปิดครั้งแรกจะมีตารางกราฟเดิมอยู่ 4 ช่อง ปิดไปก่อนก็ได้ครับจะได้ไม่รก)
จากรูปคือการเลือกกราฟที่ต้องการวิเคราะห์
2. หลังจากเลือกคู่เงินได้แล้วจะได้รูปกราฟตามภาพด้านล่า
ง
3. ขั้นตอนการ set Indicator
- เลือก Indicator ตรงเมนูบาร์ด้านบน ตามรูป
เป็นเพียงตัวอย่างในการใช้วิเคราะห์ซึ่งท่านสามารถสร้างเองได้เมื่อเริ่มเข้าใจ
1.เทคนิค EMA Exponential Moving Average (EMA)
คือการเลือกใช้ Indicator Moving Average เซ็ตค่าตามสูตร 5, 40 ,50 , 100 ,200
เทคนิคการทำกำไร ใช้โปรแกรม Metatrader 4(MT4) ที่เราดาว์นโหลดไว้ แล้วเลือกใช้ Indicator ดังนี้
- เลือกกราฟ Line Chart ที่เวลา M15
- Moving Average Set 5 (เส้นสีฟ้า)
- เลือก Boillinger Bands Indicator Set Period 20 (สีม่วง)
- เลือก Bear Power (แรงตะปบหมี : สีแดง)
- เลือก Bulls Power (แรงกระทิงขวิด : สีน้ำเงิน)
เทคนิคการวิเคราะห์
จุดสังเกตุให้ดูเส้นสีฟ้าตัดกับเส้นสีม่วง แล
ะสีน้ำเงินตัดกับม่วงเป็นจุดที่สามารถเริ่มทำกำไรได้ (คือจุดที่กราฟจะมีการเปลี่ยนแปลง) จะขึ้นหรือลงให้ดู Bear/Bulls Power Indicator
จากตัวอย่างรูปกราฟ
เป็นกราฟค่าเงินคู่ของ EUR/USD จากกราฟจะเ
ห็นว่าค่าเงิน EUR อ่อนตัวลง แสดงว่าให้ซื้อเงิน USD ไ้ว้แล้วรอขายคืนเงิน EUR ที่จุดที่ทำกำำไรได้ (หรือใ นโปรแกรม eToro เลือก Sell นั่นเอง)
1.ดูจุดตัดที่วงกลมสีแ ดง
2.ดูแนวโน้มจากกราฟ Bear และ Bulls Power
จากจุดตัดให้เตรียมตัวทำกำไรดูกราฟ Bear (หมีตะปบ) มีแนวโน้มลงให้เลือก Sell แต่ถ้ากราฟ Bulls มีแนวโน้มสูงขึ้นให้เลือก Buy
เทคนิคการดูกราฟมีหลายเทคนิคมากละเอียดมากเกิ
นไปก็ยากแก่การเข้าใจ ถ้าง่ายมากนักก็อาจจะชี้วัดได้ไม่ตรง คาดคะเนได้ไม่แม่น ดังนั้นแต่ละเทคนิคจึงต้องขึ้นอยู่กับสไตร์ของผู้เล่นแต่ละคนชอบแบบไหนนะครับ บางคนใจร้อนชอบกำไรระยะสั้นน้อยแต่ได้เร็ว บางคนกล้าได้กล้าเสีย ก็ชอบสไตร์วัดใจ ทุ่มมากได้มาก แต่ก็มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นตรงความเสี่ยงสูงนี้เทคนิคจึงมีความสำคัญมาก ถ้าชอบทุ่มมากต้องใช้เทคนิคมากเพื่อ ลดความเสี่ยงให้มากที่สุด อาจต้องใช้เครื่องมือเยอะหน่อย แต่สำหรับคนที่เกร็งกำไรระยะสั้นก็สามารถที่จะใช้เทคนิคอ่านกราฟได้เหมือนกันนะครับได้เปรียบด้วย ผมจึงมีหลาย ๆ เทคมาแนะนำให้เพราะแม้ว่าผมจะพิ
สูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่าเทคนิคนี้ได้ผลดี แต่อาจจะไม่เหมาะกับสไตร์ของบางท่านก็เป็นได้ ถึงอย่างไรจากที่ได้ศึกษาหลาย ๆ เทคนิคก็จะเลือกนำเฉพาะเทคนิคที่พิสูจน์ด้วยตัวเองและ เป็นจริงได้เท่านั้นมาลงไว้ในนี้นะ
ครับ

จากรูปกราฟ จุดตัดของ 3 เส้น คือจุดที่เริ่มทำกำไรได้ จะซื้อหรือขาย ก็ให้ดูแนวโน้มของ Parabolic SAR ที่เวลา H1 และ M15
2. การเซ็ต Indicator
1. EMA = 10 , 25 , 50
2. Parabolic SAR ที่ 0.02 ,0.2
จะเห็นว่าวงกลมสีแดงจุดแรกคือเส้นกราฟทั้ง 3 เส้นตัดกัน เป็นจุดที่เมื่อเราซื้อไว้แล้วรอขาย ก็จะได้กำไร ในจุดสีแดงจุดที่ 2 เมื่อเราเลือกขาย ก็จะทำำกำไรได้เช่นเดียวกัน
ผลการทดลองใช้
เทคนิคนี้ค่อนข้างจะใช้งานยากนิดหน่อยสำหรับผม เพราะดูแนวโน้มของ parabolic SAR ไม่ออกไม่รู้ว่าแนวโน้มจะขึ้นหรือลงกันแน่ และจุดตัดทั้ง 3 เส้นก็โอกาสในช่วงที่ผมทดสอบมีน้อยมาก และพอตัดกันก็ไม่ค่อยคุ้มกับการรอคอยเลย เพราะเปลี่ยนแปลงน้อยเกินไป
แต่ถึงอย่างไรผมก็ฝากเทคนิคนี้ไว้ด้วยนะครับ เพราะอาจจะเหมาะสมกับบางท่านเพราะนี้ผมก็คัดลอกมาจากเทคนิคจากต่างชาติ (ในเวปมีเผยแพร่ทั่วไปนะครับ)
เทคนิคก็ยังคงเป็นเทคนิคซึ่งใช้ได้เฉพาะบางช่วง ต้องใช้ประสบการณ์ และขึ้นอยู่กับอารมณ์เราด้วย วันนี้ผมจะมาแนะนำกราฟที่ควรระวัง คือกราฟที่มีลักษณะเป็นคล้าย ๆ สไลท์ไปทางด้านข้างคือมีรูปกราฟที่ขึ้นและลงเสมอกัน ไลน์ไปทางข้าง ลักษณะเช่นนี้ควรหลีกเลี่ยง เพราะขาดทุนทั้งตอนซื้อและตอนขาย ผมเจอมาเลยนำมาบันทึกเป็นบทเรียน ดูแนวโน้นกราฟ ค่อนข้างดีน่าจะขึ้นกับลง ขาดทุนเอาใหม่งั้นเลือกขายก็ดันขึ้นอีก ลักษณะนี้ค่าเงินผันผวน ยากต่อการคาดเดา
เส้นกราฟสีเขียวที่ึขึ้นลงขึ้นลงในกรอบสี่เหลี่ยมนั่นคือค่าหุ้นจริงที่ผันผวน ถ้าจะเล่นสั้นก็ให้จับตาดูดีดี รอให้ลงสุดก็ลองซื้อไว้ขายตอนมันขึ้น (แต่อย่ากระพริบตาเลยนะครับ จะหาว่าไม่เตือน)
วิธีการดูความวิปริตของกราฟ (เนื่องจากเกลียดกราฟประเภทนี้เป็นการส่วนตัว)
ความผิดปรกติสังเกตุได้จากที่ เวลา M15 , M5 , M1 ตัว Indicator Parabolic SAR จะไม่เหมือนกันกันเลย เช่น M15 จุดลูกสอนสีขาวบอกว่าขึ้น M5 บอกว่าลง แล้ว M1 กลับว่าขึ้น เป็นอย่างนี้ ผิดปรกติ ให้ระวัง
แนะนำว่า : ให้เลือกเล่นตัวอื่นไปก่อนครับ
การเรียกชื่อลักษณะของกราฟแท่งเทียนเพื่อช่วยจำ
จากการศึกษาวิธีอ่านกราฟจากหนังสือ มีชื่อของกราฟแท่งเทียงแตกต่างกันดังนี้
1. Hammer : สัญญาณที่จะบอกว่าหุ้นกำลังจะขึ้น เป็นกราฟแท่งเทียนที่มีลักษณะส่วนหางยาวมากกว่าส่วน body ประมาณ 2 เท่าหรือมากกว่า คล้ายรูปฆ้อน มักเกิดในกราฟที่ลงมาต่ำแล้ว เป็นสัญญาณเตือนว่าหุ้นกำลังจะขึ้น
2. Hanging Man : ลักษณะแบบเดียวกันกับ Hammer แต่จะเกิดตอนที่กราฟขึ้นสูงแล้วเห็นแท่งเทียนคล้ายรูปฆ้อน แสดงว่าเป็นสัญญาณหุ้นจะลง
3. Engulfing Pattern : เป็นรูปแบบกลืนกินแท่งเทียนก่อนหน้านี้ พูดง่าย ๆ คือ แท่งเทียนที่ 2 ยาวกว่าแท่งเทียนที่ 1 และ จุด open อยู่ต่ำกว่าจุด close ของแ่ท่งที่ 1 แล้ว จุด Close ของแท่งที่ 2 ก็สูงกว่า จุด open ของแท่งที่ 1
(ไม่ซับซ้อนเท่าไรนะครับ ถ้าแบบนี้ก็น่าจะเป็นสัญญาณบอกว่า กราฟจะขึ้นแล้วล่ะ ในทางตรงข้ามก็เช่นเดียวกัน ถ้าแท่งสีเขียวเป็นแท่งแรก สั้นกว่าแท่งสีแดง ก็มีแนวโน้มลง)
เรียกชื่อว่า Bull Engulfing ถ้ากราฟกำลังจะขึ้นและ Bear Engulfing ถ้ากราฟกำลังจะลง
4. Dark Cloud Cover : คือสัญญาณเตือนว่าการพุ่งขึ้นของหุ้น หรือค่าเงินตัวหน้า เริ่มไม่สดใสแล้วเพราะมีเฆมหมอกปกคลุม ให้สังเกตุแท่งเทียนสีเขียว เส้นกึ่งกลางของแท่งเทียนสีเขียวอยู่สูงกว่า จุดต่ำสุด แท่งเทียนสีแดงในแท่งถัดไป (ไม่ว่าจะเป็นหางหรือ body )
และในทางตรงกันข้ามเช่นเดียวกันถ้าแท่งแรกเป็น สีแดง (Bear power) แล้วกึ่งกลางของแท่งสีแดงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของแท่งสีเขียว (Bull power) ในแท่งถัดไป แสดงว่ามีแนวโน้มขึ้นเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Piercing Pattern
5. Star (เป็นรูปคล้ายกากบาก (+) ถ้า body สั้นมากเ รียก doji ) โดยมีรายละเอียดแต่ละตัวดังนี้
5.1 Shooting Star : ลักษณะตรงข้ามกับ hammer คือรูปฆ้อนหัวกลับ
5.2 Evening Star : เป็นการใช้แท่งเทียน 3 แท่งในการทำนาย เกิดในจุดต่ำสุดของกราฟ ซึ่งจะบอกได้ว่าหุ้นมีแนวโน้มลง อธิบายได้ดังนี้
แท่งเทียนแท่งแรกมีแรงซื้อมากขึ้น ส่งผลให้ ราคาเปิด (open) ของแท่งเทียนที่ 2 กระโดดขึ้น ( มี Gap) แต่ขึ้นได้ไม่มาก นักลงทุนเห็นว่าอยู่ในจุดที่สูงแล้วเริ่มเทขายออกมาจนราคาเปิดใกล้เคียงกับราคาปิด และ เป็นการยืนยันการลงของกราฟในแท่งที่ 3 กราฟมีแรง หมีตะปบลง อีก Evening star จึงเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือได้ ว่ามันลงแน่นอน (ดูรูปข้างล่างนะครับ คล้างหน้าบึ้ง)
5.3 Morning Star : ตรงข้ามกับ Evening Star บอกว่าแนวโน้มกราฟจะขึ้นใช้ 3 แท่งเทียนเช่นเดียวกัน อภิบายได้จากรูป (รูปคล้ายหน้ายิ้ม)
นอกจากเทคนิคดังที่กล่าวมาแล้วยังมีวิธีการอีกมากมาย เช่น Fibonacci ,การนับคลื่น (wave) ของอีเลียต ซึ่งหากผู้เขียนพอเข้าใจและมีเวลาศึกษาเพิ่มเติมจะนำมาลงในเวปอีกครับ