วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เทคนิคหาในเวป

ศึกษาจากผู้รู้ในเวปไซต์

การศึกษาการลงทุนไม่มีจบนะครับ ผมได้อ่านจาก blog ของคนหนึ่งเพิ่มความรู้การวิเคราะห์
http://www.oknation.net/blog/STRATEGICSTOCK/2008/09/02/entry-2
และได้ข้อคิดมาด้วยว่า "การวิเคราะห์กราฟที่ถูกต้อง เกิดจากการวิเคราะห์ที่ผิดพลาดมาเป็นพันพันกราฟ" อย่างกไรก็ตามการเล่นหุ้นจำเป็นต้องมีทักษะในการวิเคราะห์กราฟ ความแม่นยำจึงขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟที่ผ่านการวิเคราะห์ด้วยตัวเอง สำหรับเทคนิคที่ผมสรุปในความเข้าใจของผมเองนั้นได้มาอย่างนี้

1. ดูที่กราฟแท่งเทียน หุ้นจะมีแนวโน้มไปในทางเดียวกับแท่งเทียนที่ยาว ๆ หลายแท่ง
2. ดู Moving Average อย่างน้อย 2 เส้น เช่นที่ 10 วัน กับ 30 วัน ตามในเวป หรือ 100 กับ 200 ก็ได้ ถ้า 2 เส้นยิ่งห่างกันยิ่งเหมาะในการลงทุนมาก สมมุติเส้น 10 วันอยู่สูงกว่าเส้น 30 วันแสดงว่ากราฟขึ้น ยิ่งห่างยิ่งทำกำไรได้มาก

ได้ 2 ข้อที่เห็นว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ถ้าดูแนวโน้มถูกก็เข้าออกตลาดถูก ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงก็ทำกำไรได้สำหรับตลาด Forex
เพิ่มเติมเรื่องการสังเกตุ Volume การซื้อขายแต่ละตัวมีการซื้อขายในช่วงเวลา 15.00 น. - 20.00 น. จากที่ผมเก็บข้อมูลนะครับ ดังนั้นถ้าซื้อขายในช่วงเวลานี้จะสามารถทำกำไรระยะสั้นได้ดีกว่าช่วงเวลาอื่น เวลาที่พูดถึงคือเวลาในตลาดหุ้นนะครับไม่ใช่เวลาท้องถิ่นบ้านเรา

วันนี้แค่นี้ก่อนครับวันหลังมาอัพเดทใหม่เิพิ่ม

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นำเทคนิคใหม่มาฝาก



เทคนิคการวิเคราะห์กราฟ
ได้จากการศึกษาในเวปจากผู้รู้ต่าง ๆ นะครับ นำมาทดลองเอง และเห็นว่าเข้าใจง่ายคือถ้าผมเข้าใจ ผมว่าทุกคนเข้าใจหมดนะครับเพราะผมนี้เข้าใจการวิเคราะห์กราฟนี้ยากมากต้องอ่านและทำหลายรอบกว่าจะรู้เรื่องว่าดูยังไง วันนี้ได้เทคนิคมาอีกอย่างครับลองใช้ดูแล้วก็อ่านง่ายดีวิธีการเซ็ตนะครับ
1. Bolling Bands (20)
2. Zigzag
3. MACD (12,26,9)
4. Stoch (5,3,3)
สำหรับความหมายของ Indicator ตัว Bollinger Bands จะเป็นตัวบอกได้ว่าค่าหุ้นคู่จะขึ้นหรือลงไปไม่ห่างแกนมากนัก และไม่เกินเส้นขอบบนและขอบล่าง ต้อง
กลับมาสมดุลอยู่ที่เส้นกลาง ส่วน Zigzag จะทำ
ให้เห็นเป็นรูปคลื่น แบบซิกแซก เป็นคลื่น แล้ว MACD ทำให้เห็นแรงของคลืื่นว่ามีมากน้อยแค่ไหน และตัวตัดสินใจว่าเริ่มจะเปลี่ยนจากขึ้นสูงสุดแล้วจะเริ่มลง หรือ ลง
มากเกินไปแล้ว
กำลังจะขึ้นคือ ตัว Stoch ซึ่งมีขีดบนกับขีดล่างเป็นตัวช่วยบอก



จากรูปกราฟนะครับกราฟ Zigzag ขึ้นไปสูงกว่าเส้นกลาง และ แท่งเทียนมีแนวโน้มลง เมื่อดูที่ MACD ก็ดูเหมือนว่ากำลังจะโค้งลง ยิ่งมีตัว Stoch เป็นตัวยืนยันว่ากราฟกำลังเทลงมา งานนี้ควรเลือ Sell ครับ รอดูผล
การทดสอบแล้วจะรายงานต่อครับ



ในรูปกราฟนี้จะเห็นว่า หุ้นคู่ EUR/USD มีค่าอ่อนลงถึงเส้นกลางถึงจุดนี้ควรขายออกได้ (หมายถึงเลือก Sell นะครับ) ได้กำไร 36% ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงใช้ได้เลยในการลงทุน ใช้เวลา 1 วัน ถ้าเทียบกับการลงทุนในแบบอื่น แต่แน่นอนว่าความเสี่่ยงสูงตาม

เพิ่มเติม Indicator หลังจากพยายามหาวิธีการอ่านกราฟจากหลาย ๆ Indicator จากเดิมมีอยู่ 4 อัน
เพิ่ม CCI(14) ไปด้วยอีก 1 ครับ และอย่างลืมเพิ่มเส้นปะสีแดง เป็น -100, 0 และ 100 นะครับ

ค่อนข้างยากนิดหนึ่งครับที่จะใช้ภาพอธิบายให้เข้าใจทันที ภายในกรอบสี่เหลี่ยมสีแดงนะครับ จากจุดที่ต่ำสุดที่ผมกากบาทไว้ บางครั้งเราไม่ทราบเลยว่ามันจะขึ้นไปแค่ไหนพอดู Stoch Indicator มันลงมาต่ำสุดแล้ว แต่ CCI ยังอยู่เส้นกลางอยู่เลย (หมายถึงเส้นปะสีแดงนะครับ) แสดงว่ายังมีแรงที่จะขึ้นไปอีก ก็สามารถรอยขายเพื่อทำกำไรได้อีก บางท่านเห็นว่าเยอะเกินไป ก็ไม่ต้องเิพิ่มก็ได้นะครับใช้วิธีดูใน MACD ก็พอทำให้เรารู้ว่ายังมีแรงเหลือในการซื้อหรือขายอยู่ อย่างในกราฟรูปภูเขาก็กำลังเทลงอยู่พอดียังไม่ถึงเส้นกลางก็ยังทำกำไรได้

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ความเสี่ยงกับผลกำไร


"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน" เป็นข้อความเตือนให้ระวัง แต่เราย่อมรู้อยู่แล้วว่า "ความเสี่ยงกับผลกำไรไปทางเดียวกัน" หากผมมีเิงินเริ่มต้นลงทุน 5000 บาท เสี่ยงน้อยสุดก็เก็บไว้กับตัว ซึ่งไม่เกี่ยวกับการลงทุน (เราไม่พูดถึงนะครับ) เสี่ยงน้อยสุดฝากธนาคารประจำ 1ปี (สมมุติปัจจุบัน 1%) ผมจะได้กำไรในการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำสุด 50 บาท หากผมต้องการผลกำไรมากกว่า 1% ผมซื้อพันธบัตร ได้ดอกเบี้ย 5% ต่อปี หรือ 250 บาท ขั้้นต่อไปผมต้องการกำไรมากขึ้น ผมลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งให้ผลกำไรมากกว่า 10% ต่อปี ขึ้นอยู่กับแต่ละโบลกเกอร์ แน่นอนครับความเสี่ยงย่อมเพิ่มขึ้นตาม เปอร์เซ็นต์กำไรที่ได้รับ และสุดท้ายกำไรไม่จำกัด มาพร้อมกับความเสี่ยงไม่จำกัดเช่นกันผมยกให้ตลาดหุ้นครับ บางคนกำไร 200% ภายในคืนเดียว บางคนก็ตรงข้าม ข้อแน่ะนำในการลงทุน ทั้ง 3 ความเสี่ยงเลยครับ มีเงินเก็บในบัญชีเงินฝากไว้ 50% (หมายถึงฝากประจำหรือซื้อพันธบัตรเสี่ยงน้อยสุด) ลงทุนในกองทุนรวมที่มีเงินปันผลราย 3 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้าง ประมาณ 30%
ของเงินเก็บ ที่เหลือก็ลงทุนในตลาดหุ้น
ตลาดหุ้น ทั่วไปนั้นผมยังไม่่มีความสามารถมากนักในการเล่นตัวนี้ เนื่องจากเงินลงทุนสูง ระยะเวลาให้กำไรนานเกินไปเมื่อเทียบกับ forex (ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ) และไม่แน่ใจด้วยว่าเวลาหุ้นลงนี้เราทำกำไรได้หรือไม่ บทความนี้ผม
จึงขอกล่าวแต่เฉพาะ ตลาด forex โดยใช้โบลคเกอร์คือ eToro Trading ว่าความเสี่ยงกับผลกำไรเป็นอย่างไร
บันทึกเกี่ยวกับการเล่นหุ้น ผมทดลองซื้อขายในเงินต่ำสุดคือ 25$ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีเงินในบัญชี eToro จำนวน 50$ หรือประมาณ 1800 บาท (ขั้นต่ำนะครับ) ซึ่งผมได้ทำตัวเป็นหนูทดลองเล่นจริงไปแล้วครับผ่าน www.thaiadpoint.com เจ้งไปแล้วครับแต่ได้เงินคืนจาก thaiadpoint มาก็เลยเท่าตัว ที่จริงแล้วก็เพราะข้อเสนอจาก thaiadpoint ทำให้ผมกล้าที่เล่น eToro ใช้เวลานานครับในการปั่นเงินจาก 25$ เป็น 35$ หรือ กำไร 40% (ที่นานหมายถึงรอหลายชั่วโมงนะครับแต่่ไม่ข้ามวัน) แต่เวลาเราคาดผิดเช่น ดูแนวโน้มแล้วกราฟจะต้องลงได้อีกเลยเลือกแบบขายไว้ แต่กลับมันพุ้งขึ้น แล้วยังไม่ยอมครับมั่นใจว่าเดี่ยวกลับมาลงอีกจน มันขึ้นไปเกิน 40% แล้วยังไม่ยอมไหน ๆ ก็ไปไกลล่ะ ก็รอจน 100% หมายความว่าเงิน 25$ หายไปกลายเป็น 0$ ประมาณนี้ครับคือประสบการณ์การเล่นครั้งแรก สิ่งที่เราต้องฝึกไม่ใช่เทคนิคเท่านั้นที่สำคัญ การมีวินัยในการเล่นของเราสำคัญที่สุด หากพอใจกำไรที่ 10%
หรือ 20% ก็ตัดให้ขายอัตโนมัติเลยครับ ส่วนขาดทุนก็ตั้งไว้ 50% (คือขาดทุนได้ไม่เกิน 50%) เ้ป็นเทคนิคครับถ้าไม่สงสัยก็ทำตามเลยครับ
วันนี้ผมทดลองเล่นเงินปลอมแต่ใช้วิธีเล่นทีละ 25$ เหมือนเงินจริงครับใช้เวลาเล่่น 2 วันทำการซื้อขาย 9 ครั้งได้กำไรเฉลี่ย 25% ขึ้นไปครับ แต่ครั้งที่ 10 ขาดทุนไป 91% นี้ครับชีวิตของการเล่นของผม ใช้เวลาสะสมกำไรทีละนิด พอได้กำไรตามพอใจคือ 25% ก็ตั้งขายอัตโนมัิติ แต่ผมไม่ได้ตั้งขาดทุนสูงสุดไว้ทำให้มันตั้งเองที่ 100% (คือรวมกับค่าดำเนินการ spread แล้ว) ว่าง่าย ๆ คือค่านายหน้ารวมกับขาดทุนแล้วเงินต้นที่ลงทุนหมดก็จบกัน แต่งานนี้ยังเหลือกำไรอยู่ 26$ ก็ถือว่าทำกำไรได้ 100% ครับ ถ้าเป็นเงินจริงผมก็สามารถทำเงิน 25$ เป็น 50$ ได้ในเวลา 2 วันและในการเล่น 10 ครั้งซื้อขายครั้งล่ะ 25$ การขาดทุนครั้งนี้แม้ครั้งเดียวก็เป็นประสบการณ์ ผมจะต้องตั้งขาดทุนสูงสุดไว้ 50% พอ ได้ผลอย่างไรจะบันทึกไว้ การเล่นจริงกับการอ่านหนังสือต่างกันมาก หนังสือเขียนที่มีประโยชน์มากที่สุดผมว่าควรมาจากประสบการณ์จริง

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การหาเงินใน eToro Trading


สำหรับเพื่อน ๆ ที่มั่นใจในเทคนิคที่ได้ศึกษามาแล้ว และทดลองเล่นจนชำนาญโดยใช้เงินปลอม ซึ่งผลกำไรที่ได้มานั้นหากเป็นเงินจริงคิดว่าก็คงคุ้มค่ามาก เลยอยากจะแปลงเงินปลอมนั้นให้เป็นเงินจริง ซะเลย แน่นอนครับเล่นเงินปลอมย่อมได้เงินปลอม เล่นเงินจริงก็ได้เงินจริง แต่เราก็อาจไม่มั่นใจนักว่าหากเป็นเงินจริงแล้วเราจะได้มาอย่างไร เราจ่ายเงินจริงไป แล้วเราจะได้เงินจริงกลับมาหรือไม่ หลายคนก็ไม่ค่อยมั่นใจในเรื่องนี้ หากแต่มั่นใจว่าชำนาญในการเล่นแล้ว ผมจะให้ความมั่นใจเพื่อน ๆ ในเรื่องการจ่ายเงินของ eToro
ขั้นตอนแรกคือเราสมัคร Paypal เพื่อเปิดบัญชีรับเงินออนไลน์ก่อนนะครับ เป็นธนาคารออนไลน์

ลงทะเบียนกับ PayPal และรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ทันที

เราจะมี Email เป็นเลขบัญชีธนาคารออนไลน์ใน Paypal ครับ
และเวลาเราได้เงินจากการเล่น eToro ก็ให้ส่งเงินมาที่ Paypal ของเรา จากนั้นเราจึงให้ Paypal โอนเงินมาบัญชีธนาคารในไทยแปลงเป็นเงินไทยแล้วใช้บัตร ATM ของเรากดการใช้ได้เลยครับ ง่ายมาก มาก


รูปภาพนี้เป็นหน้าตาของ PayPal นะครับเลือกตรงถอนเงิน สามารถโอนเงินจาก Paypal มายังธนาคารในไทยได้ภายใน 5-7 วันทำการ สำหรับยอดเงินตั้งแต่ 5000 บาทขึ้นไปฟรีค่าธรรมเนียมการโอน ถ้าต่ำกว่านั้นก็ 50 บาทครับ

นอกจากนี้เพื่อความมั่นใจของคนไทยเรา ผมแน่นำเวป Trade forex เป็นภาษาไทย www.fxopen.com ก็น่าจะตามตัวได้เพราะมี office ในไทยหากไม่ได้เงิน ช่วงนี้ำำกำลังศึกษาการซื้อขายผ่าน MT4 ของสาขาในไทยดูอยู่เพื่อความสะดวกในอนาคต หากมีข้อมูลมากกว่านี้จะนำมาแบ่งปันเพื่อน ๆ นะครับ ผมก็หาอยู่เหมือนกันว่ามีใครเขียนวิธีการใช้ MT4 เป็นภาษาไทยบ้าง แต่ยังไม่เจอครับเลยต้องอ่านและศึกษาเป็นภาษาอังกฤษไปก่อน แล้วค่อยนำมาเขียนในรูปแบบที่ผมเข้าใจเป็นภาษาไทย

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทำไมจึงเป็น Etoro

สำหรับ Etoro Platform นี้เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ใช้สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศซึ่งก็มีโปรแกรมอย่างนี้หลาย ๆ โปรแกรมอย่างเช่น MT4 ที่ผมใช้ในการอ่านกราฟก็เป็นโปรแกรมเทรดเช่นเดียวกัน แต่ทำไม่ถึงใช้ตัวนี้ในการซื้อขาย แทนที่จะใช้ MT4 , easyforex , fxopen หรือโปรแกรมอื่น ๆ ที่มีเครื่องมือมากกว่า ยอมรับว่าโปรแกรมวิเคราะห์กราฟของ etoro ไม่ละเอียดพอเมื่อเทียบกับ MT4 ผมชอบ MT4 มากกว่า แต่สำหรับการใช้งานซื้อขายแล้ว จากที่ผมดูหลาย ๆ โปรแกรมแล้ว Etoro ใช้งานง่ายที่สุดครับ ง่ายมาก ๆ ซื้อขายเห็นภาพชัดเจนตั้งจำนวนกำไรที่ต้องการได้ ตั้งแนวรับขาดทุนได้แค่ไหนตามต้องการ ใช้เวลาในการศึกษาเครื่องมือไม่มากก็เริ่มได้ทันที

เป็นวีดีโอที่ทำให้เข้าใจการ Trade ได้ง่ายมากครับ
ก็คือหินแร่ของต่างประเทศมาแลกกัน


การมี vdo clip ก็ช่วยทำให้การใช้งานโปรแกรมง่ายขึ้นด้วยครับ นี้ก็อีกสาเหตุหนึ่งที่ผมเลือกใช้ etoro อย่างโปรแกรมอื่นก็มีครับแต่ผมดูแล้วเข้าใจยากกว่า (อาจความรู้น้อยไปเข้าใจอะไรยาก ๆ ไม่ค่อยได้) เราสามารถทำการ Trade โดยการ ใช้ Webtrader โดยไม่ต้องโหลดโปรแกรม

สีสันเวปเทรดสบายตาสวยงามดีครับ ทดลองเล่นฟรีได้ เขาจะให้เงินมา 2000$ แล้วก็ทดลองเล่นดูโดยข้อมูลค่าเงินเป็นค่าจริงในตลาด forex กลาง เพื่อให้มั่นใจฝีมือการวิเคราะห์กราฟของเราว่าแน่นอนแม่นยำแค่ไหนก่อนลงสนามจริง






วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เกี่ยวกับกราฟแท่งเทียน

ความรู้เกี่ยวกับการดูกราฟแท่งเทียน (Candlestick)
ในความคิดผมแล้วการอ่าน Candlestick เป็นนี้สำคัญมากกว่าการใช้ Indicator ตัวอื่นเสียอีก เพราะถ้ารู้และเข้าใจวิธีอ่านกราฟแท่งเทียนได้ สามารถทำนายกราฟได้แม่นยำโดยไม่ต้องพึ่งตัวอื่นเลย



กราฟแท่งเทียนมาจากไหน :
ณ เวลาที่เราสังเกตุดูทุก ๆ วินาที ทุก ๆ นาทีมีการซื้อมีการขายอยู่ตลอดเวลาทั่วทุกมุมโลก ที่ซื้อขาย forex ถ้าสังเกตุดูที่ 1 H(1 ชั่วโมง) หมายความว่าแท่งเทียนที่ 1 ชั่วโมง สมมุติเป็นแท่งสีเขียว ซึ่งในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงที่ผ่านมานั้นอาจมีทั้งแท่งเทียนสีแดงหรือสีเขียวอยู่ เช่น 5 นาทีแรงมีแรงขวิดของกระทิงขึ้นสูง 5 นาทีถัดมาหมีตะปบลง เป็นแท่งสีแดง และอาจจะขึ้น ๆ ลง ๆ ถ้าซอยย่อยดูที่ 5 M(5 นาที) และถ้านำมารวมกันเ ป็นแท่งกราฟที่ 1 H จะสรุปมาได้ว่าเริ่มต้นชั่วโมงซื้อที่เท่าไร (O) และครบ 1 ชั่วโมงปิดที่ค่าเท่าไร (C) ในระหว่าง 1 ชั่วโมงนั้นมีการซื้อสูงสุดที่ (H) และขายต่ำสุดที่ (L)

วิธีการใช้งานกราฟแท่งเทียน
เมื่อนำแท่งเทียนที่ 1H ทั้งหมด 24 แท่ง รวมกัน ก็จะเท่ากับ 24H จำนวน 1 แท่งนั่นเอง ดังนั้นเราจะใช้วิธีดูแท่งเทียนที่เวลานาน ๆ ก่อนเพื่อบอกเทรนของกราฟว่าเป็นแรงบวกหรือแรงลบ เช่นเราดูที่ 24H เห็นว่าเป็นแท่งสีแดงยาวเลย แสดงว่ามีแนวโน้มลดลงจากนั้นดูที่เวลาถัดลงมาที่ 1H ว่ามีแนวโน้มไปทางเดียวกันหรือสวนทางกัน และลดลงมาดูที่ 15M อีก ถ้า 3 ช่วงเวลาไปในแนวทางเดียวกันก็เลือก Sell ได้เลย แต่ต้องใช้ประสบการณ์ในการอ่านกราฟ มากกว่าการใช้ Indicator ตัวอื่น ๆ

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทักษะอ่านกราฟ(How do I identify a trend?)



การอ่านแนวโน้มกราฟเป็นทักษะที่สำคัญมากที่สุดในการ Trade และการเลือกซื้อจุดต่ำสุดเพื่อขายที่จุดสูงสุดเรียกได้ว่าเป็นความต้องการสูงสุดของ Trader ทุกคนเลย แต่นั่นเป็นได้เพียงทฤษฎี Trader ย่อมรู้ดีกว่า จุดที่ดีที่สุดคือ ซื้อและขายในจุดที่ได้กำไรที่เราพอใจ เ
หมาะสมที่สุด บางคนที่ 10% ,20%,50% บางคนก็ต้อง 100% ขึ้นไป โปรแกรม etoro ส่วนของ
expert mode จะช่วยในการเลือกจุดที่เราพอใจที่สุดได้




กราฟแท่งเทียนแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ละแท่งเท่ากับ 24hr เราสามารถเลือกดูได้ว่าต้องการแนวโน้มที่ 1 hr,24hr,7 day หรือ 1 เดือน สีเขียวหมายถึงจุดที่ซื้อต่ำกว่าจุดที่ขาย ส่วนสีแดงหมายถึงจุดที่ขายต่ำกว่าจุดที่ซื้อ (งงไหมครับ เดี่ยวจะอธิบายละเอียดใน part ต่อไปนะครับ) ถ้ามีสีเขียวเยอะ ๆ ให้เลือกซื้อดีกว่านะครับ
กราฟแท่งเทียนแนวโน้มลดลง จะเห็นว่าเป็นแท่งสีแดงมากกว่าแท่งสีเขียว หมายความว่าราคาเปิดไว้สูงกว่าจุดที่เวลาปิด หรือ ราคาขายต่ำกว่าราคาซื้อ

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกราฟแท่งเทียนก่อน
กราฟแท่งเทียนมีลักษณะคล้ายกับแท่งเทียนมี 2 สีคือสีเขียวกับสีแดง (ซึ่งเป็นสีที่นิยมใช้) สีเขียวแทนแรงบวก สีแดงแทนแรงลบ เปรียบเทียบเหมือนแรงหมี ตะปบลง (สีแดง) แรงกระทิงขวิดขึ้น (สีเขียว) ส่วนของ
กราฟมีส่วนที่เป็นตัวเทียน กับไส้เทียน (ดูรูปประกอบ)


H - หมายถึงราคาสูงสุดที่มีการซื้อขาย
C - หมายถึงราคาปิดการซื้อขาย
O - หมายถึงราคาเปิดการซื้อขาย
L - หมายถึงราคาต่ำสุดที่มีการซื้อขาย

ถ้าเป็นแท่งสีเขียว ที่มีแรงกระทิงขวิดขึ้นนั้น ราคาเปิิดการซื้อขายจะอยู่ด้านล่างของแท่งเทียน และ มีการตั้งราคาซื้อไว้สูงสุดที่ H สมมุติว่าเราดูกราฟแท่งเทียนที่ 1H หรื
อ 1 ชั่วโมง อธิบายได้ว่าภายใน 1 ชั่วโมงที่ผ่านมามีการเปิดราคาซื้อที่ O และปิดการซื้อขายที C มีการซื้อสูงสุด ณ ช่วงเวลา 1 ชั่วโมงนี้ ที่ H ซื้อขายในราคาต่ำสุดที L . ส่วนในแท่งสีแดง หรือ หมีตะปบลงก็ใช้สัญลักษณ์คล้ายกัน แต่แนวโน้มจะลดลง

การวิเคราะห์กราฟ

ก่อนอื่นต้อง ดาว์นโหลดโปรแกรม ที่ใช้วิเคราะห์กราฟ แ ละอ่าน วิธีการลงโปรแกรมได้ที่นี้ จากนั้นก็เริ่มกันเลยนะครับ โปรแกรมที่ดาว์นโหลดมานี้จะทำหน้าที่ในการช่
วยวิเคราะห์กราฟให้เราทราบว่าตอนไหนควรที่จะซื้อ ตอนไหนควรขาย เพื่อให้เราเข้าใจธรรมชาติของกราฟมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าเพียงดูเองโดยไม่ใช้เครื่องมือวัดอาจทำได้แต่จะลำบากหน่อยในการจดบันทึก แต่โปรแกรมนี้จะช่วยให้ง่ายขึ้น (ถ้าเข้าใจการใช้งาน)

วิธีการใช้งานโปรแกรม

หน้าที่ของโปรแกรมคือวิเคราะห์กราฟ ดังนั้นวิธีการใช้งานคือ รู้จักและเข้าใจเครื่องมือใน MT4 ซึ่งได้แก่ การเลือกใช้ Indicator ต่าง ๆ เพราะใน MT4 นี้จะละเอียดกว่าการวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมของ eToro
  1. เลือกคู่เงินที่ต้องการวิเคราะห์จากปุ่ม New chart (เปิดครั้งแรกจะมีตารางกราฟเดิมอยู่ 4 ช่อง ปิดไปก่อนก็ได้ครับจะได้ไม่รก)

จากรูปคือการเลือกกราฟที่ต้องการวิเคราะห์

2. หลังจากเลือกคู่เงินได้แล้วจะได้รูปกราฟตามภาพด้านล่า


3. ขั้นตอนการ set Indicator
  • เลือก Indicator ตรงเมนูบาร์ด้านบน ตามรูป







เป็นเพียงตัวอย่างในการใช้วิเคราะห์ซึ่งท่านสามารถสร้างเองได้เมื่อเริ่มเข้าใจ

1.เทคนิค EMA Exponential Moving Average (EMA)

คือการเลือกใช้ Indicator Moving Average เซ็ตค่าตามสูตร 5, 40 ,50 , 100 ,200

เทคนิคการทำกำไร
ใช้โปรแกรม Metatrader 4(MT4) ที่เราดาว์นโหลดไว้ แล้วเลือกใช้ Indicator ดังนี้
  1. เลือกกราฟ Line Chart ที่เวลา M15
  2. Moving Average Set 5 (เส้นสีฟ้า)
  3. เลือก Boillinger Bands Indicator Set Period 20 (สีม่วง)
  4. เลือก Bear Power (แรงตะปบหมี : สีแดง)
  5. เลือก Bulls Power (แรงกระทิงขวิด : สีน้ำเงิน)


เทคนิคการวิเคราะห์
จุดสังเกตุให้ดูเส้นสีฟ้าตัดกับเส้นสีม่วง แล
ะสีน้ำเงินตัดกับม่วงเป็นจุดที่สามารถเริ่มทำกำไรได้ (คือจุดที่กราฟจะมีการเปลี่ยนแปลง) จะขึ้นหรือลงให้ดู Bear/Bulls Power Indicator




จากตัวอย่างรูปกราฟ

เป็นกราฟค่าเงินคู่ของ EUR/USD จากกราฟจะเ
ห็นว่าค่าเงิน EUR อ่อนตัวลง แสดงว่าให้ซื้อเงิน USD ไ้ว้แล้วรอขายคืนเงิน EUR ที่จุดที่ทำกำำไรได้ (หรือใ นโปรแกรม eToro เลือก Sell นั่นเอง)

1.ดูจุดตัดที่วงกลมสีแ ดง
2.ดูแนวโน้มจากกราฟ Bear และ Bulls Power
จากจุดตัดให้เตรียมตัวทำกำไรดูกราฟ Bear (หมีตะปบ) มีแนวโน้มลงให้เลือก Sell แต่ถ้ากราฟ Bulls มีแนวโน้มสูงขึ้นให้เลือก Buy
เทคนิคการดูกราฟมีหลายเทคนิคมากละเอียดมากเกิ
นไปก็ยากแก่การเข้าใจ ถ้าง่ายมากนักก็อาจจะชี้วัดได้ไม่ตรง คาดคะเนได้ไม่แม่น ดังนั้นแต่ละเทคนิคจึงต้องขึ้นอยู่กับสไตร์ของผู้เล่นแต่ละคนชอบแบบไหนนะครับ บางคนใจร้อนชอบกำไรระยะสั้นน้อยแต่ได้เร็ว บางคนกล้าได้กล้าเสีย ก็ชอบสไตร์วัดใจ ทุ่มมากได้มาก แต่ก็มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นตรงความเสี่ยงสูงนี้เทคนิคจึงมีความสำคัญมาก ถ้าชอบทุ่มมากต้องใช้เทคนิคมากเพื่อ ลดความเสี่ยงให้มากที่สุด อาจต้องใช้เครื่องมือเยอะหน่อย แต่สำหรับคนที่เกร็งกำไรระยะสั้นก็สามารถที่จะใช้เทคนิคอ่านกราฟได้เหมือนกันนะครับได้เปรียบด้วย ผมจึงมีหลาย ๆ เทคมาแนะนำให้เพราะแม้ว่าผมจะพิ
สูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่าเทคนิคนี้ได้ผลดี แต่อาจจะไม่เหมาะกับสไตร์ของบางท่านก็เป็นได้ ถึงอย่างไรจากที่ได้ศึกษาหลาย ๆ เทคนิคก็จะเลือกนำเฉพาะเทคนิคที่พิสูจน์ด้วยตัวเองและ เป็นจริงได้เท่านั้นมาลงไว้ในนี้นะ
ครับ

จากรูปกราฟ จุดตัดของ 3 เส้น คือจุดที่เริ่มทำกำไรได้ จะซื้อหรือขาย ก็ให้ดูแนวโน้มของ Parabolic SAR ที่เวลา H1 และ M15



2. การเซ็ต Indicator

1. EMA = 10 , 25 , 50

2. Parabolic SAR ที่ 0.02 ,0.2

จะเห็นว่าวงกลมสีแดงจุดแรกคือเส้นกราฟทั้ง 3 เส้นตัดกัน เป็นจุดที่เมื่อเราซื้อไว้แล้วรอขาย ก็จะได้กำไร ในจุดสีแดงจุดที่ 2 เมื่อเราเลือกขาย ก็จะทำำกำไรได้เช่นเดียวกัน



ผลการทดลองใช้

เทคนิคนี้ค่อนข้างจะใช้งานยากนิดหน่อยสำหรับผม เพราะดูแนวโน้มของ parabolic SAR ไม่ออกไม่รู้ว่าแนวโน้มจะขึ้นหรือลงกันแน่ และจุดตัดทั้ง 3 เส้นก็โอกาสในช่วงที่ผมทดสอบมีน้อยมาก และพอตัดกันก็ไม่ค่อยคุ้มกับการรอคอยเลย เพราะเปลี่ยนแปลงน้อยเกินไป

แต่ถึงอย่างไรผมก็ฝากเทคนิคนี้ไว้ด้วยนะครับ เพราะอาจจะเหมาะสมกับบางท่านเพราะนี้ผมก็คัดลอกมาจากเทคนิคจากต่างชาติ (ในเวปมีเผยแพร่ทั่วไปนะครับ)

เทคนิคก็ยังคงเป็นเทคนิคซึ่งใช้ได้เฉพาะบางช่วง ต้องใช้ประสบการณ์ และขึ้นอยู่กับอารมณ์เราด้วย วันนี้ผมจะมาแนะนำกราฟที่ควรระวัง คือกราฟที่มีลักษณะเป็นคล้าย ๆ สไลท์ไปทางด้านข้างคือมีรูปกราฟที่ขึ้นและลงเสมอกัน ไลน์ไปทางข้าง ลักษณะเช่นนี้ควรหลีกเลี่ยง เพราะขาดทุนทั้งตอนซื้อและตอนขาย ผมเจอมาเลยนำมาบันทึกเป็นบทเรียน ดูแนวโน้นกราฟ ค่อนข้างดีน่าจะขึ้นกับลง ขาดทุนเอาใหม่งั้นเลือกขายก็ดันขึ้นอีก ลักษณะนี้ค่าเงินผันผวน ยากต่อการคาดเดา



เส้นกราฟสีเขียวที่ึขึ้นลงขึ้นลงในกรอบสี่เหลี่ยมนั่นคือค่าหุ้นจริงที่ผันผวน ถ้าจะเล่นสั้นก็ให้จับตาดูดีดี รอให้ลงสุดก็ลองซื้อไว้ขายตอนมันขึ้น (แต่อย่ากระพริบตาเลยนะครับ จะหาว่าไม่เตือน)

วิธีการดูความวิปริตของกราฟ (เนื่องจากเกลียดกราฟประเภทนี้เป็นการส่วนตัว)

ความผิดปรกติสังเกตุได้จากที่ เวลา M15 , M5 , M1 ตัว Indicator Parabolic SAR จะไม่เหมือนกันกันเลย เช่น M15 จุดลูกสอนสีขาวบอกว่าขึ้น M5 บอกว่าลง แล้ว M1 กลับว่าขึ้น เป็นอย่างนี้ ผิดปรกติ ให้ระวัง
แนะนำว่า : ให้เลือกเล่นตัวอื่นไปก่อนครับ


การเรียกชื่อลักษณะของกราฟแท่งเทียนเพื่อช่วยจำ

จากการศึกษาวิธีอ่านกราฟจากหนังสือ มีชื่อของกราฟแท่งเทียงแตกต่างกันดังนี้
1. Hammer : สัญญาณที่จะบอกว่าหุ้นกำลังจะขึ้น เป็นกราฟแท่งเทียนที่มีลักษณะส่วนหางยาวมากกว่าส่วน body ประมาณ 2 เท่าหรือมากกว่า คล้ายรูปฆ้อน มักเกิดในกราฟที่ลงมาต่ำแล้ว เป็นสัญญาณเตือนว่าหุ้นกำลังจะขึ้น
2. Hanging Man : ลักษณะแบบเดียวกันกับ Hammer แต่จะเกิดตอนที่กราฟขึ้นสูงแล้วเห็นแท่งเทียนคล้ายรูปฆ้อน แสดงว่าเป็นสัญญาณหุ้นจะลง
3. Engulfing Pattern : เป็นรูปแบบกลืนกินแท่งเทียนก่อนหน้านี้ พูดง่าย ๆ คือ แท่งเทียนที่ 2 ยาวกว่าแท่งเทียนที่ 1 และ จุด open อยู่ต่ำกว่าจุด close ของแ่ท่งที่ 1 แล้ว จุด Close ของแท่งที่ 2 ก็สูงกว่า จุด open ของแท่งที่ 1
















(ไม่ซับซ้อนเท่าไรนะครับ ถ้าแบบนี้ก็น่าจะเป็นสัญญาณบอกว่า กราฟจะขึ้นแล้วล่ะ ในทางตรงข้ามก็เช่นเดียวกัน ถ้าแท่งสีเขียวเป็นแท่งแรก สั้นกว่าแท่งสีแดง ก็มีแนวโน้มลง)
เรียกชื่อว่า Bull Engulfing ถ้ากราฟกำลังจะขึ้นและ Bear Engulfing ถ้ากราฟกำลังจะลง

4. Dark Cloud Cover : คือสัญญาณเตือนว่าการพุ่งขึ้นของหุ้น หรือค่าเงินตัวหน้า เริ่มไม่สดใสแล้วเพราะมีเฆมหมอกปกคลุม ให้สังเกตุแท่งเทียนสีเขียว เส้นกึ่งกลางของแท่งเทียนสีเขียวอยู่สูงกว่า จุดต่ำสุด แท่งเทียนสีแดงในแท่งถัดไป (ไม่ว่าจะเป็นหางหรือ body )


และในทางตรงกันข้ามเช่นเดียวกันถ้าแท่งแรกเป็น สีแดง (Bear power) แล้วกึ่งกลางของแท่งสีแดงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของแท่งสีเขียว (Bull power) ในแท่งถัดไป แสดงว่ามีแนวโน้มขึ้นเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Piercing Pattern


5. Star (เป็นรูปคล้ายกากบาก (+) ถ้า body สั้นมากเ รียก doji ) โดยมีรายละเอียดแต่ละตัวดังนี้
5.1 Shooting Star : ลักษณะตรงข้ามกับ hammer คือรูปฆ้อนหัวกลับ
5.2 Evening Star : เป็นการใช้แท่งเทียน 3 แท่งในการทำนาย เกิดในจุดต่ำสุดของกราฟ ซึ่งจะบอกได้ว่าหุ้นมีแนวโน้มลง อธิบายได้ดังนี้
แท่งเทียนแท่งแรกมีแรงซื้อมากขึ้น ส่งผลให้ ราคาเปิด (open) ของแท่งเทียนที่ 2 กระโดดขึ้น ( มี Gap) แต่ขึ้นได้ไม่มาก นักลงทุนเห็นว่าอยู่ในจุดที่สูงแล้วเริ่มเทขายออกมาจนราคาเปิดใกล้เคียงกับราคาปิด และ เป็นการยืนยันการลงของกราฟในแท่งที่ 3 กราฟมีแรง หมีตะปบลง อีก Evening star จึงเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือได้ ว่ามันลงแน่นอน (ดูรูปข้างล่างนะครับ คล้างหน้าบึ้ง)
5.3 Morning Star : ตรงข้ามกับ Evening Star บอกว่าแนวโน้มกราฟจะขึ้นใช้ 3 แท่งเทียนเช่นเดียวกัน อภิบายได้จากรูป (รูปคล้ายหน้ายิ้ม)
นอกจากเทคนิคดังที่กล่าวมาแล้วยังมีวิธีการอีกมากมาย เช่น Fibonacci ,การนับคลื่น (wave) ของอีเลียต ซึ่งหากผู้เขียนพอเข้าใจและมีเวลาศึกษาเพิ่มเติมจะนำมาลงในเวปอีกครั